วันพุธที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ms เลิกใช้ปุ่มstart win8


การ ตัดสินใจดังกล่าวส่งผลให้คุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip ที่สนใจจะใช้ Windows 8 ที่มีกำหนดการเปิดตัวปลายปี 2012 นี้จะไม่พบปุ่ม และเมนู Start อีกต่อไป โดยจากภาพหลุดของหน้าจอ Windows 8 เวอร์ชัน Consumer Preview (build 8220) ที่ใกล้สมบูรณ์แล้ว จะสังเกตเห็นว่า Super Bar จะไม่มีปุ่มวงกลม Start ซึ่งเวอร์ชันก่อนหน้านี้ Microsoft ยังคงมีปุ่ม Start อยู่เช่นเดิมแต่จะออกแบบเป็นสี่เหลี่ยมแบนราบ เพื่อให้เข้ากับดีไซน์ของ Metro UI แต่ในบิลด์ล่าสุด ดูเหมือน MS จะตัดสินใจเอาปุ่ม Start ออกไปเลย
อย่าง ไรก็ตาม แม้เราจะไม่เห็นปุ่ม Start บน Super Bar แต่ก็หาใช่ว่า ไมโครซอฟท์จะเอามันไปทิ้งลงทะเลแล้ว เพราะในความเป็นจริง ฟังก์ชันของปุ่ม Start ไม่ได้หายไปไหน ซึ่งแหล่งข่าวอ้างว่า ทีมพัฒนา Windows 8 ได้เปลี่ยนมันเป็นบริเวณ"มุมใช้งานด้านล่างซ้าย"แทนการแสดงปุ่ม Start แบบเดิม โดยยูสเซอร์อินเทอร์เฟซของมันจะปรากฎในโหมด Metro หรือเดสก์ทอป ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึง Windows desktop และ Start Screen ใน Windows 8 ได้ด้วยการสัมผัส หรือใช้เมาส์บริเวณดังกล่าว ทั้งนี้อินเตอร์เฟซใหม่ (โลโก้ Windows + Start) ของ Windows 8 จะถูกกระตุ้นให้แสดงผลขึ้นมา เมื่อเลื่อนเมาส์ไปเหนือบริเวณมุมล่างซ้ายของ Windows 8 พร้อมทั้งแสดงพรีวิวของไอคอนใช้งานขึ้นมา เมื่อคลิกเมาส์ ในขณะที่อินเตอร์เฟซนี้จะโผล่ขึ้นมา เมื่อใช้งานในโหมดสัมผัสเช่นบนแท็บเล็ต



อย่าง ไรก็ตาม ไมโครซอฟท์จะยังคงเก็บ Super Bar (เรียกแทนทาสก์บาร์ตั้งแต่ใน Windows 7) ไว้เหมือนเดิม รวมถึงฟังก์ชันการปักหมุดแอพพลิเคชัน และ IE 10 การถอดอินเตอร์เฟซของปุ่ม Start ออกไป ทำให้ Super Bar ถูกมองว่า มันทำงานคล้ายกับแท่นวางชอร์ตคัทสำหรับการแสดงผลในโหมดเดสก์ทอป (ส่วนโหมด Metro UI จะแผ่เป็นไอคอนสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ไปบนเดสก์ทอป) การถอดอินเตอร์เฟซปุ่ม Start ออกไป (หรือจะเรียกว่า ซ่อนไว้ไม่ให้มองเห็นตลอดเวลา จนกว่าจะเลื่อนเมาส์มาบริเวณล่างซ้าย) อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงให้กลับมาเหมือนเดิม หากมีเสียงเรียกร้องจากผู้ใช้มากพอ แต่แหล่งข่าวเชื่อว่า นี่คือ การตัดสินใจของ Microsoft แล้ว ส่วนข้างล่างนี้เป็นอินเตอร์เฟซของ Bing บน Windows 8 Consumer Preview สังเกตที่ปลากัด...คุณจะเห็น...

เรียนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก

เรียนผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก
คงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกนักหากวันนี้นักเรียนจะสนใจกิจกรรมที่หลากหลายผ่าน โซเชียลเน็ตเวิร์ก เพราะนอกจากจะมีรูปแบบการใช้งานรองรับพฤติกรรมของคนในสังคมได้อย่างดีแล้ว การเรียนรู้ผ่านสังคมออนไลน์ในลักษณะนี้กำลังกลายเป็นรูปแบบการเรียนการสอน แบบใหม่ ที่หลายโรงเรียนหันมาให้ความสนใจอย่างมาก

Social-Network

โรงเรียนสา อ.เวียงสา จ.น่าน ได้รับการคัดเลือกให้เป็นโรงเรียนผู้นำ 46ICT โรงเรียนในฝัน จากการพัฒนาดังกล่าว ทำให้โรงเรียนมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัย โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ และเครือข่ายอินเทอร์เน็ต มีความเพียงพอที่จะให้บริการแก่นักเรียน ครูและบุคลากรในโรงเรียน ประกอบกับเครือข่ายสังคมออนไลน์ได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของนักเรียน ผู้ปกครอง และครู อย่างมาก
 
อ.ธัญญวัฒน์ กาบคำ อาจารย์ผู้สอนวิชาคอมพิวเตอร์ รร.สา จ.น่าน อธิบายว่า โรงเรียนได้เห็นความสำคัญดังกล่าว จึงสนับสนุนบุคลากรเข้ารับการอบรมตามโครงการ “ก้าวใหม่ของครูไทย ก้าวไกลด้วย Social Media” ตั้งแต่รุ่นแรก ซึ่งดำเนินการโดยสำนักเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน (สทร.) ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นโครงการที่ส่งเสริมให้ครูใช้สื่อ โซเชียล มีเดีย ประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน ที่เห็นผลได้ชัดเจนคือ สามารถนำมาจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บบล็อก  สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ผ่านเว็บบล็อกกับเพื่อนครูที่อยู่ต่างโรงเรียน  ตอบสนองต่อความต้องการของผู้เรียน นั่นคือ สามารถเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา ตามความพร้อมของผู้เรียน และผู้เรียนสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับผู้สอนได้ ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนสูงขึ้นตามลำดับ
 
นอก จากการจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บบล็อกของครูแล้ว ยังได้ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ เช่น การผลิตหนังสั้น การสร้างหุ่นยนต์บังคับมือ เป็นต้น
 
การศึกษาผ่าน เครือข่ายสังคมออนไลน์ถือเป็นการเรียนรู้มิติใหม่ที่เปลี่ยนบทบาทของครูจาก การจัดการเรียนการสอนหน้าชั้นเรียน เป็นการออกแบบการเรียนการสอนผ่านสื่อออนไลน์ ส่งเสริมให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ตามศักยภาพ เพราะเด็กทุกคนพัฒนาได้ แต่อาจใช้เวลาไม่เท่ากัน ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 นั่นคือ ทำอย่างไรที่จะเปลี่ยนแปลงการสอนแบบเดิม ๆ  เป็นการสอนที่มีลักษณะของการช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน จะต้องไม่เป็นแบบแพ้คัดออกหรือให้โอกาสเฉพาะคนเก่งและละทิ้งเด็กเรียนอ่อน ซึ่งการเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์จะสามารถตอบโจทย์นี้ได้อย่างชัดเจน
 
“โรงเรียน ยังได้รับคัดเลือกให้เป็น “ศูนย์พัฒนาการเรียนการสอนด้าน ICT ของ โรงเรียนในฝัน” มีการสร้างเครือข่ายเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อเทคโนโลยีให้ แก่โรงเรียนเครือข่าย ทั้งในระดับมัธยมศึกษาและประถมศึกษา และปัจจุบันโรงเรียนได้ทำบันทึกความร่วมมือระหว่างกลุ่มเครือข่ายความร่วม มือรูปแบบโลกไร้พรมแดน (Globalization Network School : GMS) และกลุ่มโรงเรียนผู้นำ 46ICT โรงเรียนในฝัน เพื่อร่วมจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยสื่อ–เทคโนโลยีสารสนเทศรูปแบบโลกไร้ พรมแดน ตามแนวทางการพัฒนาและการจัดการศึกษาในศตวรรษที่ 21 อีกด้วย” อ.ธัญญวัฒน์ กล่าว
 
ณ วันนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าสังคมออนไลน์มีบทบาทต่อระบบการศึกษา การนำโซเชียลเน็ตเวิร์กมาใช้ในการเรียนการสอน จึงทำให้ครูและนักเรียนได้ประโยชน์จากเทคโนโลยีไปพร้อมกัน

จิตแพทย์แนะ 5 วิธีรักษาสมดุลทางร่างกาย-จิตใจ

จิตแพทย์แนะ 5 วิธีรักษาสมดุลทางร่างกาย-จิตใจ
เรามักได้ยินคำว่า “สมดุล” ของร่างกายในหลายโอกาส ซึ่งมักจะเข้าใจว่าเป็นเฉพาะเรื่องทางกายเท่านั้น แต่จริงๆ แล้ว การรักษาความสมดุลนั้นเป็นเรื่องของจิตใจด้วย

Balance

       ซึ่งในเรื่องนี้ นพ.ลัญฉน์ศักดิ์ อรรฆยากร จิตแพทย์ โรงพยาบาลมนารมย์ ผู้ซึ่งได้ศึกษาเพิ่มเติมทางศาสตร์การแพทย์แผนจีนและการฝังเข็มเพื่อการ สร้างความสมดุลให้ร่างกายและจิตใจ ได้ให้ข้อมูลว่า ความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับเรานั้นมีสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งคือ การเสียสมดุลของร่างกายและจิตใจ โดยมีปัจจัยมาจากสภาพแวดล้อม มลพิษ สารเคมี ฝุ่นละออง และเชื้อโรค รวมถึงการดำเนินชีวิตประจำวันที่มีความเร่งรีบ แข่งขัน ทำให้เกิดผลต่อจิตใจ เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล นอนไม่หลับ หรือซึมเศร้า
     
       แม้ว่าธรรมชาติร่างกายของเราจะมีกลไกในการปกป้องและรักษาตนเองจากการเจ็บ ป่วยได้ แต่การรักษาสมดุลของทั้งร่างกายและจิตใจ น่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยป้องกันการเจ็บป่วย ทั้งยังช่วยเสริมสร้างศักยภาพให้เซลล์และอวัยวะภายในร่างกายมีความสมบูรณ์ แข็งแรง และทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด
     
       จิตแพทย์อธิบายเพิ่มเติมว่า ร่างกายและจิตใจจะต้องมีความสมดุลกัน จึงจะทำให้คนเรามีสุขภาพที่สมบูรณ์ ไม่เจ็บไม่ป่วย มีความสุข ทั้งการทำงาน และการดำเนินชีวิต แต่เมื่อใดกายและใจเกิดไม่สมดุลกันแล้ว ก็จะทำให้เกิดผลกระทบขึ้นได้ ทางการแพทย์ระบุว่า จิตใจมีส่วนที่ก่อให้เกิดโรคทางกายได้ เช่น เวลาเครียดมากๆ ก็จะมีฮอร์โมนความเครียดเกิดขึ้นและฮอร์โมนก็จะส่งผลต่ออวัยวะและความสมดุล ระบบเซลล์ ทำให้เซลล์ทำงานหนัก เซลล์แก่เร็วขึ้น ทำให้คนเราแก่เร็ว เวลาเครียดมากๆ หรือพักผ่อนไม่เพียงพอฮอร์โมนความเครียดก็จะสูงขึ้น การทำงานของระบบฮอร์โมนอื่นๆ ก็กระทบกระเทือนไปด้วย ส่งผลต่ออวัยวะ เช่น เวลาเครียดมากๆ ท้องจะผูก ระบบการขับถ่ายผิดปกติ อวัยวะระบบต่างๆ ในร่างกายก็ทำงานปั่นป่วน ไม่เป็นปกติ เกิดความอ่อนแอขึ้น อาการเจ็บป่วยต่างๆ จะมีมากขึ้น เวลาอดนอน หรือพักผ่อนไม่เพียงพอก็จะมีอาการหงุดหงิด โกรธง่าย ไม่มีสมาธิ เป็นต้น
     
       นพ.ลัญฉศักดิ์ อธิบายการเจ็บป่วยตามแนวแพทย์แผนจีน ว่า เมื่อใดก็ตามที่จิตใจมีภาวะไม่ปกติเสียสมดุลก็จะส่งผลให้ร่างกายสูญเสียความ สามารถในการดูแลรักษาด้วยตัวเอง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคหรืออาการผิดปกติได้หลายอย่าง อาทิเช่น เป็นแผลร้อนในบ่อยๆ เนื่องจากเกิดความร้อนขึ้นที่ตับและหัวใจ จึงแสดงออกที่อวัยวะภายนอก มีแผลร้อนในที่ปาก ปากแดง ลิ้นแดง ตาแดง เพราะตาถือเป็นอวัยวะทวารเปิดของตับ หากมีความร้อนที่ปอดก็จะออกมาทางจมูกและผิวหนัง มีผื่นภูมิแพ้ที่ผิวหนัง เป็นสิวเรื้อรัง รวมถึงโรคกระเพาะอาหารเรื้อรัง กรดไหลย้อน ท้องอืดอาหารไม่ย่อย ท้องผูก ท้องเสีย นอนไม่หลับ ตื่นขึ้นมาไม่สดชื่น อารมณ์ปรวนแปร อ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ บางคนอาจเกิดอาการซึมเศร้า มีความคิดทำร้ายร่างกายตนเอง และคิดฆ่าตัวตายได้ หลายคนเมื่อเกิดอาการเหล่านี้ก็จะรักษาไปตามอาการ โดยการรับประทานยา เมื่อหายแล้วสักพักก็จะเกิดอาการขึ้นซ้ำอีก เพราะเมื่อหากร่างกายหายเป็นปกติสมบูรณ์แล้ว แต่จิตใจยังมีปัญหาอยู่ ไม่ได้รับการแก้ไขเรื่องความไม่สมดุล ก็จะทำให้เกิดความเจ็บป่วยขึ้นอีก

 เมื่อร่างกายและจิตใจมีความสมดุล ระบบต่างๆ ของร่างกายก็จะกระตุ้นให้ร่างกายซ่อมแซมตัวเองได้ อาการผิดปกติจะดีขึ้นและสามารถป้องกันโรคต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจิตแพทย์ได้แนะวิธีการสร้างสมดุลด้านจิตใจและร่างกาย เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น โดยมี 5 ข้อหลักๆ ดังนี้
     
       1.หมั่นออกกำลังกาย หรือเล่นกีฬาเพื่อเสริมสร้างให้ร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ มีระบบภูมิต้านทานที่ดี อวัยวะทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยทำให้หัวใจและปอดแข็งแรง เลือดไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น ช่วยลดคอเลสเตอรอล ทำให้โอกาสเส้นเลือดอุดตันลดลง ส่งผลดีต่อระบบการย่อยและการขับถ่าย ทั้งยังช่วยทำให้นอนหลับสนิทหลับได้นานอีกด้วย
     
       2.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์และจำเป็นต่อร่างกาย ดื่มน้ำให้เพียงพอ ไม่ควรทานอาหารที่เป็น กรดหรือด่างมากจนเกินไป แต่ถ้าเมื่อไรที่ร่างกายและอวัยวะภายในมีความร้อน อาหารที่มีฤทธิ์เย็นที่ช่วยปรับสมดุลของร่างกายให้เป็นปกติได้ คือ ผักบุ้ง ตำลึง ผักหวาน แตงกวา ฟัก และหัวปลี ส่วนผลไม้ควรเป็นประเภท มังคุด มะยม แตงโม แตงไทย แคนตาลูป ส้มโอ กล้วยน้ำว้า แก้วมังกร กระท้อน แอปเปิล น้ำมะพร้าว และลูกพรุน เป็นต้น
     
       3.พักผ่อนให้เพียงพอ เพราะการอดนอนทำให้ระบบการเผาผลาญในร่างกายไม่ดี ฮอร์โมนทำงานไม่ปกติ เกิดการติดขัดของเมตาโบลิซึม และส่งผลต่อด้านอารมณ์และจิตใจได้
     
       4.เสริมสร้างจิตใจให้แข็งแรงโดยการฝึกทักษะการดูแลจิตใจเพื่อรับมือกับความเครียด โดยการฝึกผ่อนคลายจิตใจอย่างสม่ำเสมอ หยุดพักหยุดคิดเรื่องเครียดต่างๆ เพราะในแต่ละวันจะมีเรื่องเข้ามากระทบจิตใจมากมาย ทำให้อารมณ์ขุ่นมัว เศร้าหมอง เครียด ไม่แจ่มใส หากอารมณ์เหล่านี้ไม่มี การระบายออกก็จะเกิดความเครียดสะสมได้ ควรหากิจกรรมสร้างสรรค์ทำ เช่น ฟังเพลง ดูหนัง เล่นกีฬา ท่องเที่ยวสถานที่ทางธรรมชาติ เที่ยวต่างจังหวัด หรือทำกิจกรรมร่วมกับครอบครัว
     
       5.คอยสังเกตดูแลเอาใจใส่ตัวเองทั้งร่างกายและจิตใจ ว่า อยู่ในภาวะสมดุลหรือไม่ ทำอะไรเกินไป หรือขาดไปบ้าง ให้ฟังเสียงของร่างกายและจิตใจ เพื่อจะได้รู้ว่าเราควรจะปรับตัวเองเพื่อให้ร่างกายและจิตใจอยู่ในสภาวะ สมดุลอย่างไร

จัดอันดับ password ที่แย่ที่สุดแห่งปี 2555

จัดอันดับ password ที่แย่ที่สุดแห่งปี 2555
เชื่อได้ว่า ในโลกยุคปัจจุบัน คนหนึ่งคนน่าจะต้องจำรหัสผ่าน หรือ พาสเวิร์ด (password) มากกว่าหนึ่งอย่างแน่นอน แค่รหัสเอทีเอ็มก็หนึ่ง รหัสเข้าเฟซบุ๊กอีกหนึ่ง เข้าทวิตเตอร์อีกหนึ่ง อีเมล์อีกหลายเมล์ พาสเวิร์ดเต็มไปหมด จนหลายคน "จำไม่ได้" ว่าใช้พาสเวิร์ดอะไร กับอันไหน

Password

นั่นเป็นเรื่องที่ต้องไปหาทางแก้ไขกันเอาเอง แต่หนึ่งในวิธีที่ทำกันเป็นกิจวัตรคือ การตั้งรหัส "ง่ายๆ" ที่ยังไงก็จำได้ แต่หารู้ไม่ว่าการตั้งรหัสง่ายเกินไปก็เป็นภัยแก่ตัวเองได้ในหายหลัง
สแปลชดาต้าได้จัดอันดับพาสเวิร์ดที่ธรรมดาที่สุดที่มีคนใช้งานบนอินเตอร์ เน็ตมากที่สุด และบรรดาแฮกเกอร์ หรือนักเจาะระบบคอมพิวเตอร์เองก็ชื่นชอบมากที่สุด เพราะมัน "ง่าย" เหลือเกินที่จะเข้าไปดูข้อมูลความลับของคุณทั้งหลาย

โดยการจัดอันดับนี้ มีชื่อว่า "25 พาสเวิร์ดที่เลวร้ายที่สุดแห่งปี" มาดูซิว่า คุณมีพาสเวิร์ดเหล่านี้ใช้งานอยู่หรือเปล่า

อันดับ 1 ที่ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีที่แล้ว คือพาสเวิร์ดคำว่า "password" อ่านว่า พาสเวิร์ด ถูกต้องแล้ว คำว่าพาสเวิร์ด เป็นพาสเวิร์ดที่ยอดนิยมตลอดกาล ง่ายสำหรับการจดจำ และง่ายต่อการให้คนอื่นคาดเดาด้วย

อันดับที่ 2 คือ "123456" ตัวเลขเรียงกันสวยขนาดนี้ จำง่ายเช่นกัน ตามด้วย "12345678", "abc123", "qwerty" , "monkey", "letmein", "dragon", "111111", "baseball", "iloveyou", "trustno1", "1234567", "sunshine", "master", "123123", "welcome", "shadow", "ashley", "football", "jesus", "michael", "ninja", "mustang" และ อันดับที่ 25 "password1" ที่เข้ามาติดอันดับเป็นปีแรก เป็นอะไรที่หลายคนคิดว่า มันต่างจากคำว่า password แล้ว ด้วยการเติม 1 เข้าไป

สแปลชดาต้ารายงานว่า บรรดาพาสเวิร์ดทั้ง 25 พาสเวิร์ดเหล่านี้ถูกแฮกเกอร์คาดเดา และสามารถเข้าไปขโมยข้อมูลได้อย่างง่ายดายมากที่สุด คำแนะนำคือ ผู้ที่กำลังใช้พาสเวิร์ดเหล่านี้ควรจะเปลี่ยน "ในทันที"

นอกจากนี้ ยังมีการแนะนำถึงวิธีการทำให้พาสเวิร์ดของคุณ เป็นพาสเวิร์ดที่ "ปลอดภัย" มีข้อปฏิบัติอยู่ด้วยกัน 3 ข้อ

ข้อที่ 1 ใช้พาสเวิร์ดที่เป็นตัวอักษร 8 ตัว หรือมากกว่านั้น โดยอาจจะใช้ตัวอักษรที่เป็นคนละประเภทกัน หนึ่งในวิธีที่สร้างพาสเวิร์ดยาวๆ ให้ปลอดภัย และเพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ คือการใช้คำสั้นๆ แล้วเชื่อมต่อกันด้วยช่องว่างหรือใช้อักษรใดๆ คั่นเอาไว้ อย่างเช่น "eat cake at 8!" หรือ "car_park_city?"

ข้อที่ 2 ให้หลีกเลี่ยงการใช้ยูสเซอร์เนม (Username) และพาสเวิร์ดร่วมกันในหลายๆ เว็บไซต์ โดยเฉพาะการใช้พาสเวิร์ดเดียวกันนั้นบนเว็บไซต์เพื่อความบันเทิง แล้วก็ยังใช้กับอีเมล์ โซเชียลเน็ตเวิร์ก และการทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ พยายามใช้พาสเวิร์ดที่ต่างออกไปเมื่อใช้เว็บไซต์ใหม่หรือใช้บริการอื่นๆ

ข้อที่ 3 ถ้าคุณมีปัญหากับการที่ต้องจดจำพาสเวิร์ดที่ไม่เหมือนกันเหล่านั้น ก็พยายามใช้แอพพลิเคชั่นในการบริหารจัดการพาสเวิร์ด และปกป้องพาสเวิร์ดของคุณ และไม่ให้มีการเข้าถึงเว็บไซต์ของคุณได้โดยอัตโนมัติ

เอาเป็นว่า การตั้งพาสเวิร์ดเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่อยากให้มองข้าม เพราะบนโลกไซเบอร์มีสายตาที่คอยจับจ้องเราอยู่ตลอดเวลา เมื่อใดที่เผลอ ข้อมูลของคุณอาจหลุดไปอยู่ในมือของผู้ไม่หวังดีก็เป็นได้

Samsung NC215



หลังจากที่ Samsung ได้เปิดตัว Samsung NC215 โน้ตบุ๊คพลังงานแสงอาทิตย์ในรัสเซีย แอฟริกา และอเมริกาเหนือ ล่าสุดทาง Samsung ได้เปิดตัว Samsung NC215 ในเกาหลีแล้ว โดย Samsung NC21 5 เป็น Notebook ขนาดเล็กหน้าจอ 10.1 นิ้ว ฝาปิดตรงด้านหน้ามีแผงโซลาร์เซล สำหรับรับพลังงานแสงอาทิตย์



 Samsung NC215 มีแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้นานถึง 14 ชั่วโมง และรองรับการรีชาร์จได้ถึง 1,000 ครั้ง หรือประมาณ 2-3 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากเทคโนโลยี Power Plus ของ Samsung


 สำหรับ Samsung NC215 ที่วางจำหน่ายในเกาหลี มีหน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1024 x 600 พิกเซล CPU ดูอัลคอร์โพรเซสเซอร์ Intel Atom N570 ความเร็ว 1.66GHz หน่วยความจำ DDR3 1GB และอาร์ดิสก์ขนาด 250GB ความเร็วรอบ 5400 RPM กราฟิกเป็น Intel Graphics เว็บแคม ตัวเครื่องมีความบาง  17.5 มิลลิเมตร และ น้ำหนัก 1.32 กิโลกรัม มีช่องใส่การ์ดหน่วยความจำ SD พอร์ต USB, Ehternet และไร้สาย Wi-Fi ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows 7 Starter Edition เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่ต้องใช้งานโน้ตบุ๊คนอกสถานที่ ส่วนราคาของ Samsung NC215 ในเกาหลีอยู่ที่ 600,000 วอน หรือประมาณ 16,500 บาท